“จ๊ะ อาร์สยาม” ก้าวเกินฝันแต่ไม่คิดลืมตัว

“จ๊ะ อาร์สยาม” ก้าวเกินฝันแต่ไม่คิดลืมตัว
“จ๊ะ อาร์สยาม” ก้าวเกินฝันแต่ไม่คิดลืมตัว หัวใจลั้นลาเปิดตัวคือพร้อมแต่ง

เป็นอีกหนึ่งสาวที่โสดแล้วยิ่งทวีความแซ่บจริง ๆ สำหรับ จ๊ะ อาร์สยาม หรือ นงผณี มหาดไทย ที่ล่าสุดได้ออกซิงเกิ้ลสุดแซ่บ “ดีออก” แทนใจผู้หญิงหลายคน แว่วว่าแรงทั้งท่าเต้น เอ็มวี และเนื้อเพลงทีเดียว วันนี้ “ดาวต่างมุม” เลยไม่พลาดไปพูดคุยกับสาวคนนี้ รวมไปถึงพูดคุยเส้นทางในวงการ ตั้งแต่การเป็น “จ๊ะ คันหู” จนก้าวสู่  “จ๊ะ อาร์สยาม” ที่เต็มไปด้วยเสียงวิจารณ์ และเรื่องหัวใจหลังประกาศเลิก แจ๊ค ธนพล ด้วยเหตุพ่อแม่ไม่ปลื้มด้วย 

อัพเดทผลงานเพลงล่าสุด “ดีออก” หน่อย?

“ที่มาของเพลง “ดีออก” มาจากการที่โปรดิวเซอร์เก่า ที่เคยแต่งเพลง “คันหู” ส่งเพลงนี้มาให้ฟัง บอกเหมาะกับเรามาก หลังจากได้ฟังหนูชอบมาก แต่ไม่ชอบดนตรี เลยขอให้เขาเปลี่ยนดนตรี จนลงตัวล่าสุด ที่ดนตรีมีความแดนซ์แต่ไม่มาก มีความเป็นลูกทุ่งร่วมสมัย เป็นแนวจ๊ะ สำหรับคอนเซปต์เนื้อหาเพลง เป็นแนวผู้หญิงแรง ๆ ที่ว่าผู้หญิงแอ๊บซึ่งมีความดีออก ส่วนคอนเซปต์ชุดคือสั้นที่สุด เท่าที่เคยใส่มาตั้งแต่เข้าสังกัดอาร์สยาม โนบราหมดเลย ปิดจุกอย่างเดียว นอกนั้นซีทรู เราก็ชอบชุดนี้นะแต่ไม่ใช้ในงานจริง เพราะเวลาเต้นบนเวทีมันมีท่าที่ทำให้ดูไม่เหมาะสม เห็นได้ง่าย ก็กลัวมีดราม่า เลยใส่แค่ถ่ายเอ็มวี”

 พอใจฟีดแบ็กของเพลง “ดีออก” มั้ย?

“แฟนคลับยังไงเขาก็ชอบ แต่ในยูทูบมีคนที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับ และคอมเมนต์ด่าไปทั่วก็มี แต่หนูไม่ใส่ใจ ส่วนยอดวิวเพลงตอนปล่อยได้ 2 อาทิตย์อยู่ที่ 3 ล้านกว่าวิว จ๊ะพอใจ เราไม่คาดหวังเพลงต้องดัง แค่เราฟังแล้วชอบ อยากร้อง หนูไม่กลัวดราม่าเนื้อเพลง เพราะจริง ๆ มันคือคำด่านั่นแหละ คำด่านั้นจ๊ะว่าไม่หยาบคาย มันเป็นอุทานกลุ่มเพื่อนสนิท จ๊ะพูดบ่อยมาก เป็นคำอุทานเราเวลาตกใจ เพลงนี้จิกผู้หญิงแอ๊บ ส่วนเอ็มวีก็เรต 18 บวก ท่าเต้น ชุดแรงหมด เราคาดหวังแค่กับแฟนคลับว่าต้องดูแล้วต้องรู้สึกว่าเป็นจ๊ะที่เขาชอบ”

 อยู่วงการมา 9 ปีแล้ว จากวันแรกถึงวันนี้คิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปเยอะหรือเปล่า?

“เปลี่ยนเยอะมาก กลับไปดูตัวเองเต้น “คันหู” ในยูทูบอยากโทรฯบอกยูทูบมากเลยว่าลบคลิปให้ที (หัวเราะ) แต่จริง ๆ หนูโอเคนะ ตอนที่เป็น “จ๊ะ คันหู” ก็มีคิดคุณไม่รู้จักเรา ทำไมคนต้องด่าแบบไม่ให้ผุดไม่ให้เกิด แต่ ณ จุดนี้ที่เราเดินผ่านมา 8-9 ปี แล้วกลับไปมองดูตัวเราก็รู้สึกว่า กล้าทำได้ยังไง ทุกวันนี้บนเวทีจ๊ะเบาลง เซ็กซี่มีสเต็ป เมื่อก่อนเราไม่ใช่คำว่าเซ็กซี่ แต่มันเป็นคำว่าโป๊ แล้วเราเต้นเด้ง เกา อย่างเดียว เพราะนั่นเป็น “จ๊ะ คันหู” แต่พอเราเข้าค่ายปุ๊บ เราเริ่มเต้นแบบมีคลาสขึ้น”

 อะไรทำให้เราคิดปรับเปลี่ยนสไตล์การเต้นให้มีคลาสขึ้น?

“เพราะแฟนคลับ คือเราเข้าอาร์สยามมาเพราะอยากโต อยากมีงานสม่ำเสมอ เมื่อก่อนที่เป็น “จ๊ะ คันหู” คนได้ยินชื่อก็กดเรา ทั้งที่เพลงคันหูดัง แต่คนมองเราเป็นใต้ดิน แต่พอเป็น “จ๊ะ อาร์สยาม” ไม่มีเพลงไหนที่ดังเท่าคันหูเลย แต่คนรู้สึกว่านี่ “จ๊ะ อาร์สยาม” ภาพเปลี่ยนมาก เราคิดไม่ผิดที่เดินเข้าสังกัดนี้ องค์กรก็ดูแลเราอย่างดี เลยปรับลุคให้แพงขึ้น และไว้หน้าองค์กรด้วย เวลาจะเล่นเต้นอะไรบนเวที โลโก้บริษัทขึ้นมา คือคำว่า “จ๊ะ อาร์สยาม” ปุ๊บ ค่าตัวหนูแพงขึ้น งานที่รับมีระดับขึ้น เลยคิดเองว่าต้องเปลี่ยนลุคตัวเอง ตอนแรกคิดไม่ได้นะ แต่เราละอายไปเอง (หัวเราะ)”

 มุมมองต่อวงการเปลี่ยนไปมั้ย?

“เปลี่ยน ตอนแรกจ๊ะเป็นคนตรงมาก ไม่ชอบคือไม่ชอบ คือไม่ไหว้เลย คนในวงการก็มีความจริงใจแต่น้อย เพราะทุกคนมาอยู่จุดที่แข่งขันกัน มันคือวงการมายาจริง ๆ เราเลยมีความมายาบ้างในชีวิต เช่น ไม่ชอบคนนี้ ก็สวัสดีค่ะ มันก็เป็นผลดีกับเรา ซึ่งไม่ใช่แค่ในวงการ แต่มันส่งผลดีต่อชีวิตนอกวงการด้วย ทำให้เราโตขึ้น เวลาจะพูดจะโพสต์อะไรก็คิดเยอะขึ้น เมื่อก่อนที่เราเป็นคนธรรมดา เวลาหมั่นไส้ใครขับรถไปตบเลย ชีวิตเราเป็นแบบนั้น แต่พอเราเป็น “จ๊ะ อาร์สยาม” มันก็เคยมีโมเมนต์ที่แบบว่าถ้าฉันไม่ใช่จ๊ะ อาร์สยาม จะลุย (ยิ้ม) แต่เราเย็นลง ประกอบกับเราโดนมาเยอะ ข่าวอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเป็นชื่อจ๊ะโดนด่าก่อน เลยรู้สึกว่าชิน อ่านคำด่าก็เริ่มขำ ๆ เมื่อก่อนเครียด คิดมาก แต่เดี๋ยวนี้เฉย ๆ เมื่อก่อนก็เคยเหนื่อยกับเสียงวิจารณ์ แต่เดี๋ยวนี้ไม่เหนื่อยแล้ว ดี เราจะได้เป็นจุดสนใจ ยอดคนตามไอจี เฟซบุ๊กเรามากขึ้น เราก็ได้รับงานรีวิวสินค้า ทุกอย่างกลายเป็นมูลค่า ก็คิดบวกไป”

 ไม่กลัวคนมองเราแง่ลบ จากข่าวที่เกิดขึ้นบ้างเหรอ?

“โอ๊ย ไม่ต้องกลัวเลย คนมองแง่ลบตั้งแต่หนูเกิดเป็น “จ๊ะ คันหู” แล้ว ชีวิตเราคือความจริง คุณจะมองเราลบยังไง เราก็จะเป็นแบบนี้ มาเจอเราอาจรักเราก็ได้ ตอนนี้คำวิจารณ์ไม่มีผลต่อชีวิต เพราะถ้ามีหนูไม่กล้าออกเพลง “ดีออก” หนูรู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวก็มีคนด่า แต่ไม่ซีเรียส ส่วนเป้าหมายในวงการก็อยากเป็น “จ๊ะ อาร์สยาม” ให้นานที่สุด เพราะเป็นอาชีพที่ได้เงินง่าย มีความสุข แต่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะเพลงเราเป็นแนวเซ็กซี่ ขายภาพ ไม่ได้ขายเสียง มีช่วงอายุของเรา โชคดีที่พอได้เป็น จ๊ะ อาร์สยาม ก็มีชื่อเสียง พอเราจะทำธุรกิจอื่นมันก็ง่าย”

 ตอนนี้ศิลปินลูกทุ่งหน้าใหม่แนวเซ็กซี่แบบเราเกิดขึ้นมา เช่น “ลำไย ไหทองคำ” กลัวการถูกแทนที่บ้างมั้ย?

“หนูไม่กลัวเรื่องการถูกแทนที่ เพราะเราวางแผนในชีวิต และคิดอยู่แล้วว่าคนเรามีขึ้นและลง ไม่ต้องมีลำไยก็ได้ ก็มีคนที่มีงานเยอะกว่าหนูแล้ว และที่ที่น้องไปแสดงเราก็เคยไปแสดงมาแล้ว มันเป็นวัฏจักร เราไม่เคยกลัว แต่เรามีสติในการใช้ชีวิต เราดังก็ไม่ต้องเหลิง เราดังก็เก็บตังเยอะ ๆ วันนึงไม่มีงานเราก็ทำธุรกิจอื่น แต่ยังมีชื่อว่านี่เป็นร้าน “จ๊ะ อาร์สยาม” คือน้องลำไยก็คือ “จ๊ะ คันหู 2” เราก็เป็นเพื่อนกัน เราก็มีให้กำลังใจน้องตอนที่เขาโดนดราม่าหนัก เราโชคดีที่เดินได้ยาว แต่น้องจะเดินได้ยาวหรือไม่ อาจยาวกว่าเราก็ได้ คลื่นลูกใหม่ก็เกิดทุกวัน เราก็สอนน้องว่าต้องเก็บตังค์”

 เคยหลงไปกับชื่อเสียงเงินทองที่เข้ามาบ้างหรือเปล่า?

“เคยมีที่หนูเห็นว่าเงินไม่มีค่า เพราะวันนึงเราร้องเพลงแป๊บเดียวก็ได้เป็นแสนบาท หน้าเวทีได้แบงก์ห้าร้อยเราก็ขยุ้มใส่กระเป๋า จนมีครั้งนึงเราเปิดกระเป๋าดู ก็คิดทำไมเก็บเงินแบบนี้ คือเมื่อก่อนร้องเพลงได้มาห้าร้อยบาทมีค่ามาก เลยเตือนตัวเองไม่ให้เหลิงไปกับเงินทอง เราอยู่กับความคิดตัวเองตลอด วันนึงถ้าหนูร่วงจริง ๆ ก็ไม่เครียด เพราะวันนี้มันเกินความฝันมาก”

 มองย้อนเส้นทางการเป็น “จ๊ะ อาร์สยาม” ภูมิใจยังไงบ้าง?

“หนูภูมิใจกับทุกอย่างในชีวิต ความฝันตอนแรกแค่เรียนจบมหาวิทยาลัย ไปทำงาน อบต. ตอนเย็นไปร้องเพลง ได้วันละห้าร้อยบาท เดือนนึงหนูได้เกือบสามหมื่นบาท อยู่บ้านที่ จ.อ่างทอง ซื้อรถแค่รถวีออสมือ 2 พอใจแล้ว แต่ตอนนี้รถคันแรกที่หนูออกให้พ่อคือมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต และมีรถเบนซ์ รถบีเอ็มดับเบิลยู  รถปอร์เช่ จากที่เราตั้งเป้าจะขับรถคันละ 3 แสนบาท ทุกวันนี้ขับรถ 7-8 ล้าน สร้างบ้านให้พ่อแม่ 20 ล้านบาท ทุกอย่างเป็นสิ่งที่หนูไม่เคยฝัน คุ้มที่โดนด่า แต่เวลาสัมภาษณ์แบบนี้ เราไม่อยากให้คนมองว่าเราเป็นไอดอลที่ไม่ดี เด็กต้องมายืนเกาแบบจ๊ะ เดี๋ยวก็มีเงิน 20-30 ล้านบาท ไม่อยากให้ใครเป็นแบบเรา เพราะเราเองก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะดังแบบนี้ เราคือนักร้องวงอิเล็กโทนคนนึง ที่สไตล์ใส่สั้น เด้ง ครางแบบนี้เป็นปกติ แต่มันคือดวงเรา ให้คุณเต้นแบบเรายังไง ถ้าดวงไม่มีก็ไม่ใช่ ดังนั้นความถนัดคนเราไม่เหมือนกัน ถ้าใครมองหนูเป็นไอดอล แต่เขาเป็นคนที่ร้องเพลงดีอยู่แล้ว ก็ไปแนวนั้นเลย ไม่ต้องเซ็กซี่แบบหนู พรีเซนต์ความเป็นตัวเราเองให้มากที่สุด”

 ย้อนกลับไปได้ ยังอยากเป็น “จ๊ะ คันหู” แล้วทำแบบนั้นอยู่มั้ย?

“ย้อนกลับไปหนูก็อยากเป็น “จ๊ะ คันหู” นะ เพราะหนูคิดเสมอว่า ถ้าวันใดที่หนูรังเกียจคันหู วันนั้นคือวันที่หนูลืมตัว หนูไม่เกลียดคันหู เพราะคันหูทำให้หนูมีวันนี้ เวลาหนูไปเจอใครแล้วเขาบอกนี่ “จ๊ะ คันหู” ด้วยน้ำเสียงดูถูก แต่หนูไม่แคร์ เพราะรู้สึกว่าที่คุณดูถูกเรา ตอนนี้เรามีมากกว่าคุณนะ เราเฉย ๆ กับคำดูถูก ให้เวลาพิสูจน์ไป ส่วนสิ่งที่ภูมิใจที่สุดในชีวิต คือการที่ทำให้พ่อแม่สบาย เรามีจิตสำนึกเลี้ยงพ่อแม่อยู่แล้ว เคยคิดว่าพ่อแม่คงต้องทำงาน แต่ตอนนี้พ่อแม่อยู่แบบเศรษฐี เห็นพ่อใส่ทองเส้นใหญ่ ใส่แบรนด์ที่เขาไม่มีเงินซื้อตอนนั้น แต่ตอนนี้ลูกซื้อให้ คนมองพ่อก็สรรเสริญว่าเราทำให้พ่อแม่สบาย นี่เป็นความภูมิใจที่สุดในชีวิต ต่อให้วันนี้หนูไม่ได้เป็นจ๊ะ อาร์สยาม เป็นแค่จ๊ะ แต่ทำให้พ่อแม่สบาย หนูก็ภูมิใจ”

 กับเรื่องรักตอนนี้สบายใจแค่ไหนแล้ว?

“หัวใจดีขึ้น ยืนยันว่าโสด กับพี่แจ๊คยังมีคุยกัน บางทีเราทำงานเจอเจ้าภาพที่เยอะ และเราไม่ยอมคน กลับมาก็เครียด ก็มีไลน์คุยกันว่าวันนี้หนูเหนื่อย ส่วนโอกาสรีเทิร์นนั้นเราไม่อยากพูดว่ามีหรือไม่มี แค่ยังไม่คิดเรื่องกลับไปรักกัน เพราะสถานะตอนนี้หนูมีความสุข ทำอะไรก็ไม่ต้องคอยมาเกรงใจใคร คือพี่แจ๊คไม่ใช่คนเรื่องมาก แต่เราก็มีความเกรงใจเขา ซึ่งตอนนี้ไม่ต้องเกรงใจใครแล้ว ส่วนเรื่องเสียดายความสัมพันธ์นั้น จริง ๆ ตอนแรกก็มีเฮิร์ต แต่ตอนนี้ไม่มี เพราะคิดว่าคนเราถ้าเป็นคู่กัน ก็จะคู่กัน”

 สาเหตุเลิกกับ “แจ๊ค” เกิดจากแค่พ่อแม่เราไม่ปลื้มเขา?

“ใครเป็นพ่อเป็นแม่ก็ไม่ปลื้มพี่เขา เพราะภาพเขาลบมาก แต่เขาเป็นคนดี ครอบครัวเขามีฐานะ แต่พูดคำว่า “แจ๊ค ธนพล” เจ้าชู้มาเรื่องแรก และก็มีเรื่องซ้อมผู้หญิง เราไม่รู้ว่าซ้อมจริงหรือไม่จริง เพราะเราไม่เคยเจอ แต่ด้วยความที่พ่อแม่ถูกพูดใส่หูเรื่องเหล่านี้ ท่านก็คิดตาม พ่อแม่หนูไม่ผิด ท่านห่วงและรักเรา หนูเคยอธิบายเรื่องพี่แจ๊คให้พ่อแม่ฟังแล้ว แต่ไม่สำเร็จ เลยเลิกอธิบาย เราทำทุกอย่างเพราะอยากให้พ่อแม่สบาย บางทีสบายกายแต่ใจไม่สบาย ท่านก็ไม่มีความสุข ฉะนั้นหนูจะทำสิ่งที่ทำให้พ่อแม่มีความสุข คิดว่าถ้าพี่เขาเป็นคนดีจริง ผลบุญที่หนูทำดีกับพ่อแม่คงส่งให้เรามาเป็นคู่กัน อนาคตไม่รู้ อาจมาเจอกันอีกก็ได้ อย่างวันที่ 25 ก.พ. นี้ เราก็ได้มาขึ้นเวทีเดียวกัน อาจคืนดีงานนั้น (หัวเราะ) แต่ไม่หรอก เป็นพี่น้องกัน”

 หลังจากที่เราเลิกกับ “แจ๊ค” คุณพ่อคุณแม่ว่ายังไงบ้าง?

“ท่านไม่พูดอะไรเลย แต่แฮปปี้มาก แววตาดูมีความสุขมาก ท่านไม่ได้แอนตี้หรือเกลียดพี่แจ๊ค แต่เขาเป็นห่วง ด้วยความที่เขารับสารที่ไม่โอเค ส่วนตัวเราเคยคิดว่าพี่แจ๊คอาจไม่ดีอย่างที่พ่อแม่เรารับสารมา แต่ก็พิสูจน์ทุกอย่าง ตอนเปิดตัวโทรศัพท์จ๊ะสายจะไหม้ คนโทรฯ มาเตือนเยอะมาก แต่เราเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง ถ้าพลาดขอพลาดด้วยตัวเอง ถ้ามีความสุขก็จากตัวเราเอง เราพิสูจน์มาเป็นปี ๆ เขาเสมอต้นเสมอปลาย และพี่เขาเป็นคนโรแมนติก แรก ๆ เศร้าตอนนี้ไม่เศร้าแล้ว เราทำงานทุกวัน เปิดธุรกิจหลายอย่างเลยทำให้จ๊ะเอาเวลาไปคิดเรื่องอื่น แล้วจ๊ะก็มีความสุข”

 เปลี่ยนมุมมองความรักใหม่?

“ไม่เปลี่ยนแค่กลับไปเป็นคนเดิม ก่อนเจอพี่แจ๊คเราไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องรัก รู้สึกความรักแท้จริงคือรักจากพ่อแม่  แต่มาเจอพี่แจ๊ค เราไม่เคยคบใครที่โตขนาดนั้น มันเพอร์เฟกต์มาก พี่เขาเทคแคร์ เราเปลี่ยนมุมมองความรัก จนคิดว่าเราต้องแต่งงานกับผู้ชายคนนี้แล้ว แต่พอมันไม่ประสบความสำเร็จ เราก็กลับไปเป็นคนเดิม ไม่คิดเรื่องแต่งงานแล้ว”

 หวังถึงขั้นแต่งงาน อะไรทำให้เราผ่านความเสียใจมาได้?

“จ๊ะเป็นคนที่ผิดหวังจะอยู่ในภวังค์พักนึง ถ้าใครคุยเรื่องนี้จะร้องไห้ เลยไม่อยากให้สัมภาษณ์ในตอนนั้น แต่เลยภวังค์ตรงนั้นมาแล้ว ไม่คิดอะไรแล้ว เป็นคนฟังธรรมะด้วย ช่วยได้เยอะมาก คิดถึงโลกความเป็นจริง ปลงเรื่องความรัก คิดอย่างเดียวว่าถ้าเป็นคู่กันก็คงกลับมารักกัน”

 คนที่เข้าหาจ๊ะตอนนี้ต้องเป็นยังไง?

“ต้องตามใจเรา ถ้าไม่ตามใจก็ไม่เอา ชีวิตเรามีความสุขอยู่แล้ว จะเอาความทุกข์เข้ามาทำไม ส่วนการผ่านด่านคุณพ่อคุณแม่ คือถ้ามีแฟนจริง ๆ ก็ไม่เปิดตัวแล้ว เพราะใครก็ไม่ผ่านด่านพ่อแม่หนูหรอก ท่านห่วงมาก เราไม่พาไปเจอท่านเลย ต่อไปนี้จะแอบคุยกันเงียบ ๆ จนกว่าพ่อแม่จะบอกว่าจ๊ะ มีสามีได้แล้วลูก (หัวเราะ) พรุ่งนี้หนูก็พร้อมแต่ง คือหลังผ่านความรักจากพี่แจ๊คมา หนูก็มีมุมมองความรักว่า จริง ๆ เรารักกับใครไม่จำเป็นต้องเปิด เปิดปุ๊บปัญหาเยอะ พอเราไม่เปิดคนไม่รู้ ก็ไม่มีปัญหา”

 ตอนนี้แอบซุ่มคุยหนุ่มอยู่รึเปล่า?

“ก็มีคุยบ้าง มีหนุ่มเข้ามาแน่น มีความสุขมากเลย (หัวเราะ) แต่เราไม่ได้เปิดใจว่าต้องคุยเป็นแฟน แต่ก็คุยเพราะเราเป็นคนชอบหว่านเสน่ห์ คือหนูชอบคนเจ้าชู้นะ จะได้ทันกัน เพราะคนเจ้าชู้เป็นคนมีเสน่ห์ แต่เวลาคบกับเราแล้ว ความเจ้าชู้ต้องหายไปเลย  จริง ๆ หนูก็เจอคนดีเข้ามาตลอด แต่เป็นที่เราเองยังเด็กและงานก็โอเคอยู่ เลยรู้สึกว่าถ้ามันมีเรื่องไม่พอใจนิดนึงก็ขอหยุดคุยกันก่อน เรายังเอาแต่ใจตัวเอง ซึ่งแฟนคลับไม่มีผลในการที่เราตัดสินใจคบกับใคร เราไม่กลัวเปิดตัวแล้วเรตติ้งตก แฟนคลับรักความเป็นจ๊ะ ตอนนี้หนูไม่ได้รอใคร คือความรักยังจำเป็นต้องมี แต่เรายังไม่โฟกัส เรามีความสุขกับเพื่อนกับงาน”

 ฝากถึงแฟนคลับคนที่อยู่ข้างเรามาตลอดหน่อย?

“ต้องขอบคุณมาก ๆ นะคะ ทุกวันนี้ที่จ๊ะมีทุกอย่างได้เพราะแฟนคลับและคำติชม และอยากบอกว่าจ๊ะอ่านทุกคอมเมนต์ในโซเชียล แต่ไม่ได้ตอบทุกคน แต่อ่านแล้วก็ดีใจ บางคนไม่เคยเจอเราเลยแต่รักเรามาก ขอสัญญาว่าจะทำผลงานให้ดีที่สุด จะเป็นกันเองแบบนี้ จะไม่หยิ่งกับแฟนคลับ ขอบคุณที่เคียงข้างกันและขอฝากเพลงใหม่ “ดีออก” ช่วยกันเชียร์ด้วย”

หลายคนคงได้รู้จักตัวตนสาว “จ๊ะ อาร์สยาม” มากขึ้นผ่านบทสัมภาษณ์ที่จริงใจนี้ และเชื่อว่าด้วยความดีที่ทำให้พ่อแม่ จะนำพาคู่ครองที่ดีและถูกใจพ่อแม่มาอยู่กับจ๊ะอย่างที่หวัง.

……………………………..
ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์